NBR/PVC เป็นวัสดุผสม (Polymer Blend) ที่ได้จากการรวมคุณสมบัติของ ยางไนไตรล์บิวทาไดอีน (NBR) และ โพลีไวนิลคลอไรด์ (PVC) เข้าด้วยกัน จุดประสงค์ของการผสมนี้เพื่อเพิ่มสมดุลของคุณสมบัติทางเคมีและทางกายภาพที่วัสดุเดี่ยวไม่สามารถให้ได้อย่างครบถ้วน
NBR มีความเด่นในด้านการทนต่อน้ำมัน น้ำมันเชื้อเพลิง และสารเคมีหลายชนิด ส่วน PVC เด่นในด้านการทนต่อโอโซน แสงแดด ความร้อน และสภาพอากาศ ทำให้เมื่อผสมกันแล้วได้วัสดุที่มี ความทนทานต่อสิ่งแวดล้อมสูง ทนต่อการสึกหรอ และยังคงความยืดหยุ่น แม้ในอุณหภูมิต่ำ
วัสดุผสม NBR/PVC ยังมี ความต้านทานการติดไฟ ดีกว่า NBR เพียงอย่างเดียว และมี การซึมผ่านของก๊าซต่ำ ซึ่งทำให้เหมาะสำหรับงานที่ต้องป้องกันการรั่วซึมของของเหลวและก๊าซ
นอกจากนี้ยังสามารถ ปรับสูตร (Compounding) เพื่อเพิ่มสมบัติพิเศษ เช่น การทนไฟสูงขึ้น การทนการขัดถู หรือการเพิ่มความยืดหยุ่น ทำให้มีความหลากหลายในการใช้งาน ครอบคลุมทั้ง อุตสาหกรรมยานยนต์ (ซีล ปะเก็น ท่อส่งน้ำมัน), อุตสาหกรรมเคเบิล (ปลอกหุ้มสายไฟที่ทนไฟและทนน้ำมัน), อุตสาหกรรมก่อสร้าง (ซีลกันน้ำและกันสารเคมี) และอุปกรณ์ที่ต้องเผชิญสภาพกลางแจ้งรุนแรง
ทนน้ำมันและเชื้อเพลิงได้ดี จากคุณสมบัติของ NBR
ทนต่อโอโซน แสงแดด และสภาพอากาศ จากคุณสมบัติของ PVC
ทนต่อสารเคมีหลายชนิด ทั้งกรด ด่าง และสารละลายอินทรีย์บางชนิด
ทนไฟได้ดีกว่า NBR เพียงอย่างเดียว เนื่องจากมี PVC เป็นส่วนผสม
ความยืดหยุ่นดีแม้ในอุณหภูมิต่ำ
ทนการสึกหรอและการขัดถู เหมาะกับงานที่มีการเสียดสี
การซึมผ่านของก๊าซต่ำ ช่วยลดการรั่วซึมของของเหลวและก๊าซ
สามารถปรับสูตรการผสมได้ เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะ
ยานยนต์ (Automotive): ซีล ปะเก็น ท่อยางสำหรับน้ำมันและน้ำมันเชื้อเพลิง
อุตสาหกรรมสายเคเบิล (Cable Industry): ปลอกหุ้มสายไฟที่ทนน้ำมันและทนไฟ
อุตสาหกรรมก่อสร้าง (Construction): ซีลกันน้ำ ปะเก็นกันสารเคมี
อุปกรณ์กลางแจ้ง (Outdoor Equipment): ชิ้นส่วนที่ต้องทนต่อแสงแดดและสภาพอากาศรุนแรง
งานป้องกันการรั่วซึม (Sealing Applications): สำหรับของเหลวและก๊าซที่ต้องการความปลอดภัยสูง
งานอุตสาหกรรมทั่วไป: ท่อยาง สายลม และส่วนประกอบที่ต้องทนต่อแรงเสียดสีและสารเคมี